วิธีพัฒนาศักยภาพตนเอง เรียน ทำงาน ทำธุรกิจอะไรดี ปี 2562

Posted on Jan 7 2019 - 5:36am by DMR

 

หาตัวเองให้เจอ

  1. เราชอบอะไร เราทำอะไรได้ดี มีความสามารถอะไรบ้าง
  2. มีอะไรที่เราทำได้สำเร็จมาแล้วบ้าง สำเร็จในระดับใด เพียงพอเลี้ยงชีพหรือร่ำรวยไหม
  3. ตัวเราทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ทางใดบ้าง
  4. วิเคราะห์ว่าเราเคยผิดพลาดอะไรบ้าง ยอมรับตามความเป็นจริง
  5. คนที่มีความสามารถแบบเรา ทำเงินได้สำเร็จเพราะอะไร หรือล้มเหลวเพราะอะไร
  6. เราพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากเพียงใด ชอบการศึกษาค้นคว้าข้อมูลหรือไม่
  7. เราพร้อมที่จะทำงานกับผู้อื่นมากเพียงใด จะทำให้เค้าเชื่อมั่น ทำตามเรา หรือทำงานร่วมกันได้อย่างไร
  8. เรายังขาดทักษะความรู้ด้านใดบ้าง
  9. เราจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเองได้อย่างไร
  10. เราสามารถจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ นำสินค้า บริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจอะไรออกสู่ตลาดได้บ้าง

การบริหารจัดการเวลา

 

จัดสรรเวลาทุกด้านให้เพียงพอ

คุณควรจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสมเพื่อความสมดุลในด้านต่างๆ เหล่านี้

  • การทำงาน
  • การศึกษา
  • การทำเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย
  • การพักผ่อน
  • การฝึกสติและทำสมาธิ

แบ่งเวลาคาบละครึ่งชั่วโมง

ทุกครึ่งชั่วโมงควรจะมีความก้าวหน้าในงาน หรือความรู้จริงในเรื่องต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

แบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็น คาบละ 30 นาที สังเกตตัวเองว่า

  • ทำงานอะไรได้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง ต้องใช้อีกเวลาอีกกี่คาบจึงจะทำงานเสร็จ
  • ได้ความรู้อะไรใหม่บ้าง ในหมวดเดิมและหมวดอื่นๆ

 

ความรู้และทักษะที่ควรมีในยุคปัจจุบัน

 

ถ้าคุณทำงานในประเทศที่เป็นสังคมนิยม มีรัฐสวัสดิการที่ดี เช่น เยอรมัน, นอร์เวย์, สวีเดน เป็นต้น คุณอาจจะได้เงินเดือนเกิน​ 4 หมื่นบาท ด้วยการทำงานที่ใช้ทักษะเพียงอย่างเดียว เช่น ทำความสะอาด นวด เป็นพยาบาล ทำงานดูแลคนชรา พนักงานเสิร์ฟ เป็นต้น

แต่ถ้าคุณอยู่เมืองไทย คุณต้องมีความสามารถหลายด้าน ถ้าจะทำให้คุณมีรายได้มากขนาดนั้น

ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปโลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คุณอาจจะไม่ต้องชำนาญไปทุกสิ่ง แต่คุณควรจะอ่านข่าวสารอะไรแล้วเข้าใจค่อนข้างกระจ่างในเรื่องต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเงิน การเมือง การค้า การลงทุน ธุรกิจสร้างรายได้ เทคโนโลยี เป็นต้น

 

มีหลักในการศึกษาค้นคว้าข้อมูล

เราจำเป็นต้องศึกษาทั้งในเรื่องที่อยู่ในความสนใจของตนเอง รวมถึงเรื่องที่นอกเหนือความสนใจของตัวเอง ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เป็นประเด็นให้เราได้พูดคุย สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้อื่น และไม่ถูกหลอกลวงได้ง่าย

การค้นคว้าข้อมูลจะต้องดีพอ ให้สาวไปถึงเหตุที่ลึกที่สุดของความสำเร็จแต่ละอย่างได้ พยากรณ์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นได้อย่างใกล้เคียง

การศึกษามีทั้งการอ่าน การฟัง การดู การสังเกต การวิจัย ใครที่มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำจะได้เปรียบ

ควรติดตามศึกษาจากบุคคลและแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล, คนที่ประสบความสำเร็จใน​ Forbes เป็นต้น ว่าเขามีความเห็นหรือพยากรณ์เรื่องต่างๆ ว่าอย่างไร เพราะ

 

รู้จักการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การค้นหาด้วยกูเกิ้ลช่วยทำให้คุณเรียนรู้อะไรได้หลายอย่าง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนมาก คุณควรจะอ่านข่าว ติดตามข่าวสารต่างๆ ในทุกๆ วัน ถ้าคุณไม่ได้ทำธุรกิจด้านบันเทิง คุณไม่ควรติดตามละคร บันเทิงให้มากเกินไป

วิธีค้นหาข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1.  ค้นหาตามประเด็นที่คุณต้องการจะค้นหา

2. เมื่อค้นพบข่าวสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น คุณควรหาต่อว่าใครเป็นคนเขียน หรือ ผู้เขียนอ้างถึงผลงานวิจัย การค้นพบ หรือ ความสำเร็จของใคร

3.  ติดตามไปเจาะลึกให้ถึงตัวบุคคลที่เป็นที่มาของเรื่องนั้น

4. ค้นหาติดตามต่อไปว่าเขาพูดเรื่องอะไรไว้อีก ตลอดจนถึงประสบความสำเร็จในสายงานนั้นได้อย่างไร

5. ทำสรุปข้อมูลที่คุณได้รับไว้ เป็นหมวดๆ หรือใช้ Application บันทึก Note จัดหมวดหมู่เรื่องต่างๆ เก็บไว้ นำมาเปิดทบทวนได้สะดวก

ถ้าให้ดีคุณควรฝึกภาษาอังกฤษให้ชำนาญที่สุด เพราะเนื้อหาดีๆ มักคัดลอกมาจากบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษ คุณจะได้หาอ่านด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องรอใครแปลให้

ด้านการใช้เว็บไซต์

เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย มีช่องทางมากมาย มี Platform หลากหลาย ได้แก่ Facebook, Youtube, Instagram, Twitter, Pinterest เป็นต้น แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เท่ากันทั้งหมด ใช้อันที่เหมาะกับตลาดของคุณ ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าใช้จ่ายมากที่สุด

แต่ละช่วงเวลา Platform เหล่านี้ จะปรับการตั้งค่าไปเรื่อยๆ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงจากการแข่งขัน อาจจะมีผลทางดีเขึ้นหรือแย่ลงสำหรับธุรกิจของคุณ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้นหรือแย่ลงก็เป็นได้

 

ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน

คุณควรรู้ศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์และการเงินในระดับที่ศึกษาข่าวสารแล้วเข้าใจ หลายคนถูกคนเขียนบทความทางเศรษฐกิจหลอกลวงเอาได้ง่าย เพราะเป็นการหาผลประโยชน์ทางการเมือง หรือในทางธุรกิจ

 

รู้จักการทำบัญชี

คุณควรจะรู้จักงบการเงิน งบดุล งบกำไรขาดทุน หลักการบันทึกและความหมายของรายได้ รายจ่าย ต้นทุน กำไร ภาษี ค่าเสื่อมราคาสิ่งของ เป็นต้น

การทำบัญชี บวกกับการวิเคราะห์ทางการเงิน จะทำให้คุณรู้จักสถานะทางการเงินและกิจการของคุณได้ดีขึ้น

การบริหารจัดการต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่แพ้คุณภาพสินค้า

ตัวอย่าง เจ้าของเดิมของ Starbucks ร้านกาแฟดังระดับโลก แม้เป็นที่นิยมของลูกค้า แต่ก็ประสบปัญหาการควบคุมต้นทุน จนต้องขายกิจการให้กับ Schultz ซึ่งได้รับการช่วยเหลือด้านเงินทุนจาก Bill Gates และสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าเจ้าของเดิมจึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

 

การควบคุมอารมณ์จิตใจ

อารมณ์จิตใจสำคัญต่อสุขภาพและความสำเร็จของงานอย่างมาก การทำงานร่วมกันผู้อื่น อารมณ์มีผลต่อความผิดพลาดและการได้เสียผลประโยชน์ที่ใหญ่หลวง

 

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Leave A Response