“วิธีรวยขึ้นสองเท่า โดยไม่ยากเย็น” ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย วิกฤติต้มยำกุ้ง

Posted on ม.ค. 13 2019 - 9:22pm by DMR

“วิธีรวยขึ้นสองเท่า โดยไม่ยากเย็น”

ถอดบทเรียนจาก #วิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง

ความเป็นผู้รู้ #พหูสูต เป็นมงคลชีวิตแก่ใคร?

#ความไม่เที่ยงแท้ จะให้คุณหรือให้โทษก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

———————————–

ถามว่า ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจดีพอ

เห็นช่องทางทำกำไรมหาศาลจากค่าเงินบาทที่จะลอยตัว

คุณรู้ก่อนว่า เงินดอลล่าร์สหรัฐที่มีวันนี้มีค่า 25 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์

อีกแป๊บเดียว ค่าจะพุ่งขึ้น หลัง #การประกาศลอยตัวค่าเงิน

กว่าจะมีการแก้ไขปัญหาชัดเจน

ในที่สุดก็ถึง 56 บาท แลกได้เงินมากขึ้นกว่า 2 เท่า

————————————-

หากมันไม่ได้ยากเกินไป คุณจะตัดสินใจทำเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองบ้างหรือไม่?

– คำตอบ คือ อะไร ทุกคนทราบดี

แต่ก็อย่าพึ่งฝันหวาน ยุคนี้ ค่าเงินบาทไม่ลอยตัวง่ายๆ แล้ว

ในยามเศรษฐกิจตกไปลุ้น #ราคาทองคำ ขึ้นอาจจะดีกว่า

“การที่ค่าเงินบาทลอยตัว เป็นสิ่งที่ต้องเกิดตามภาวะเศรษฐกิจขณะนั้น”

#อย่าเพิ่งไปโทษใครคนใดคนหนึ่ง แต่แน่นอนว่ามีคนที่รู้ก่อนคนอื่น

เราท่านทั้งหลายต่างก็ได้ผ่านภาวะวิกฤติเศรษฐกิจนี้มาแล้ว

แต่จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกรอบหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตาม

—————————————

“มีอะไรที่น่าเรียนรู้บ้างเกี่ยวกับการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ” –

เหตุการณ์ย้อนหลังก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
—————————————-

#ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย #เงินกระดาษ #ธนบัตร

ในช่วงศตวรรษที่ 19 ในระยะ 100 ปีก่อนปี พ.ศ. 2443
หลายประเทศเริ่มมีการพิมพ์เงินธนบัตรซึ่งถูกรองรับด้วยทอง
โดยแต่ละประเทศต้องมีทองสำรองมากพอที่จะรองรับค่าเงิน

ในสมัยรัชกาลที่ 4

#ธนบัตรไทยเกิดขึ้นในปี 2396 เป็น #เงินกระดาษ เรียกว่า #หมาย
#ไทยเปิดประเทศ ติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น

ปี 2398 ลงนามในสนธิสัญญาเบาริ่ง #ไทยเปิดประเทศ โดยทำส้ญญาการค้าและการทูตกับอีกหลายประเทศ

มีผลทำให้เปลี่ยน #ระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง เป็น #ระบบเศรษฐกิจแบบเงินตรา

เปลี่ยนจากราชอาณาจักรแบบเดิม เป็น #สมบูรณาญาสิทธิราชย์ รวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง กษัตริย์มีอำนาจอย่างแท้จริง

ปี 2399 ไทยเริ่มเทียบเงินบาทกับเงินปอนด์อังกฤษ โดย 1 ปอนด์ มีค่า 1.66 บาท

—————————————–

สมัยรัชการที่ 5 ( พ.ศ. 2411 – 2453)

ตั้งแต่ปี 2416 มีการปฏิรูปบ้านเมืองให้ทันสมัยตามชาติตะวันตก เนื่องจาก

ลัทธิจักรวรรดิ์นิยม คุกคามเอเชียทั้งในรูปแบบของการใช้เครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์, การใช้กองกำลังทหารเข้ายึด หรือการยักย้ายถ่ายเททางการเงิน แสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

#การล่าอาณานิคม เป็นนโยบายหลักของชาติตะวันตก

มหาอำนาจ คือ อังกฤษ อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส ต่างมุ่งขยายอำนาจการปกครอง ต้องการมีอำนาจเหนือแผ่นดิน ทรัพยากรและผู้คน

รวมถึง #ศาสนาคริสต์ เชื่อว่าภารกิจของตนคือ การเผยแผ่ศาสนาอันประเสริฐ ไปยังคนป่าเถื่อนเพื่อน้อมรับ #พระเจ้า อันจะนำเขาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

แนวคิดตามบทกวี #ภาระคนขาว The White Man’s Burden เป็นส่วนหนึ่งของ #ลัทธิจักรวิรรดิ์นิยมสมัยใหม่ หรือ #จักรวรรดินิยมอเมริกา อ้างความชอบธรรมของอเมริกาที่จะนำความเจริญไปยัง #ผู้คนผิวสี ในดินแดนต่างๆ

ปี 2440 ร.5 ทรงเสด็จประพาสยุโรป

ปี 2410 – 2450 ไทยเสียดินแดนบางส่วนให้ฝรั่งเศส
ปี 2435 – 2452 ไทยเสียดินแดนบางส่วนให้อังกฤษ

7 กันยายน พ.ศ. 2445 ประกาศใช้ “ธนบัตร” แบบแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

—————————————

24 มิถุนายน 2475 ไทยเปลี่ยนระบอบการปกครอง จาก #สมบูรณาญาาสิทธิราชย์ เป็น #ประชาธิปไตย

มีการสร้างระบบราชการสมัยใหม่
ทำลายระบบการค้าผูกขาดโดยพระคลังสินค้า

ระบบเศรษฐกิจไทยเริ่มมีการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะข้าว เพราะการขยายตัวของลัทธิจักรวรรดินิยมทำให้ต้องการข้าวมากขึ้นในทวีปยุโรป

ปี 2481 (1938) ในยุคที่พลตรีหลวงพิบูลย์สงครามเป็นนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
และได้ดำเนินการจัดตั้ง #สำนักงานธนาคารชาติไทย ในปี 2483 (1940)

ปี 2484 (1941) เกิดมหาสงครามเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นนำกำลังทหารเข้ามาในไทย และเสนอจัดตั้ง #ธนาคารแห่งประเทศไทย ขึ้น

ปี 2485 (1942) ไทยจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทย Bank of Thailand

หลังกันยายนปี 2488 (1945) สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

โลกมุ่งพัฒนา #ประเทศด้อยพัฒนา ให้ทันสมัยแบบตะวันตก
ทั้งด้านการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ และด้านการผลิต

ปี 2492 (1949) ไทยเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF

จึงเริ่มคิด “ค่าเสมอภาค” ของเงินบาทกับทองคำ

แต่ #ทุนสำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) หรือ เงินสำรองจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Reserves)
เป็นเงินตราต่างประเทศที่ยังไม่ถูกแลกกลับคืน มีไม่พอจึงยังไม่ประกาศใช้

การจะได้มาต้องมีคนต่างชาตินำเงินตราต่างประเทศมาแลกเงินบาท เพื่อนำมาลงทุน หรือซื้อสินค้า บริการในไทย

แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจึงจะพิมพ์เงินไทยออกมาตามอัตราแลกเปลี่ยน

หากคนต่างชาติไม่แลกเงินคืน ก็จะเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ

ตั้งแต่ปี 2502 ไทยอยู่ในระบบเผด็จการ รวม 16 ปี
1. ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ 2502 – 2506
2. ยุคจอมพล ถนอม กิตติขจร 2506 – 2516

ปี 2503 โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น อเมริการบกับเวียดนาม

ปี 2504 ไทยเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ตามอิทธิพลประเทศตะวันตกและธนาคารโลก

มุ่งเน้น #การเร่งรัดอัตราการเจริญเดิบโตทางเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

“น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ” เป็นคำขวัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1

เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.9 ต่อปี โดยเติบโตจากภาคเกษตรเป็นสำคัญ

มีการเปลี่ยนแปลงจากการทำ #เกษตรดั้งเดิม เป็น #เกษตรสมัยใหม่ เชิงพาณิชย์
ไทยส่งออกอาหารเป็นลำดับ 5 ของโลก

เวลานั้นไทยมีทรัพยากรมาก มี #พื้นที่ป่าไม้ สูงถึงร้อยละ 53 ของประเทศ

คนส่วนใหญ่ยากจน รายได้ต่อหัวเพียง 3,000 – 4,000 บาทต่อปี

ประชากรมีประมาณ 37 ล้านคน มีกำลังแรงงานมาก

——————————–

ปี 2505 อเมริกาตั้งฐานทัพในไทย

ปี 2506 ไทยประกาศค่าเสมอภาคของเงินบาทกับทองคำได้สำเร็จ

โดยมีค่า 20.80 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ

เงินบาทผูกกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐเพียงสกุลเดียว ไม่มีสกุลหลักอื่น

เพราะ สหรัฐยอมให้ชาติอื่นแลกทองคำ 1 ทรอยออนซ์ในราคา 35 เหรียญ
(1 Troy Ounce = 31.1 gram)

(ถึงทุกวันนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ มีทองคำ Gold reserves มากที่สุดในโลก
โดยมีถึง 8,000 ตัน ในปี 2018 มากกว่าสามประเทศอันดับรองลงมารวมกัน)

หลายประเทศนิยมถือเงินดอลล่าร์แทนทอง เพราะมีดอกเบี้ย
และมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาต่ำกว่าทอง จนทำให้ค่าเงินดอลล่าร์ตก

ปี 2508 พรรคคอมมิวนิสต์เริ่มการต่อสู้ในประเทศไทย

ปี 2514 (1971) สหรัฐเลิกรับแลกเปลี่ยนทองใน เท่ากับประกาศให้ค่าเงินดอลล่าร์ลอยตัว

แต่ไทยยังยึดถือ อัตราแลกเปลี่ยน 20.80 บาทต่อดอลล่าร์เหมือนเดิม
เท่ากับว่า ค่าเงินไทยอ่อนตามไปด้วย
แม้หลายประเทศจะปรับขึ้นค่าเงินของตน 7.66%

เงินสหรัฐและไทยจึงมีค่าลดลง เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นและทองคำ
กล่าวคือ ต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นที่จะแลกมานั่นเอง

ปี 2515 – 2524 ช่วงเวลาผันผวนทางการเมือง

กลางปี 2515 สหรัฐประกาศลดค่าเงินลง แต่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้จริง
ไทยจึงประกาศลดค่าเงินบาทตาม
สหรัฐและไทยประกาศลดค่าเงินเทียบราคาทองคำ 2 ครั้งในอัตราเท่ากัน
ครั้งแรกลด 7.89 % ในปี 2515 ต่อมาปี 2516 ลดอีก 10%
ทอง 1 ทรอยออนซ์มีค่า 42.22 เหรียญ

ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนไทยกับดอลล่าร์จึงคงที่ ที่ 20.80 บาทต่อดอลล่าร์
14 ต.ค.2516 มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาและประชาชน

ไทยเจอวิกฤติราคานำ้มันโลกสูง 2 ครั้ง
ครั้งแรกในปี 2516 – 2517
ครั้งที่สองในปี 2522 – 2523
กระทบต้นทุนการผลิต ขนส่ง ราคาสินค้า เงินเฟ้อสูงถึง 11%

2519 อเมริกาถอนทหารออกจากไทย กระทบต่อรายได้

ไทยมีนายก 7 ท่านในช่วงนี้
ท่านสุดท้าย คือ พลเอกเปรม (2523 – 2531)

——
ปี 2523 (1980) ไทยขาดดุลการค้า 5.7 หมื่นล้านบาท
ปี 2526 (1983) เศรษฐกิจเอเชียเติบโตอย่างรวดเร็ว

——

หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 2534 (1991) และการสิ้นสุดสงครามเย็น Cold War อเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลก

—–

ปี 2540 (1997) เกิด #วิกฤติต้มยำกุ้ง

ถัดจากวิกฤติ Tequila Crisis ในลาตินอเมริกา ปี 1985 ห่างกัน 12 ปี

โดยขั้นตอนสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาแทบจะไม่ทิ้งกันมาก

ที่มาของข้อมูล

https://bit.ly/2FxuplV

https://www.bbc.com/thai/thailand-40446319

The top 10 central banks with the largest gold reserves
https://bit.ly/2SS3eWs

http://www.lampangvc.ac.th/lvcasean/ims/page_pdf/12.pdf

https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/RolesAndHistory/pages/history.aspx

https://www.gqthailand.com/style/article/white-man-burden

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Leave A Response